หลายๆคน คงเคยได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนใกล้ชิด ที่โทรมาหา เราก้อดีใจที่ได้คุยกับเพื่อนเก่าอีกครั้งหลังไม่ได้เจอกันนานนับหลายปี เพื่อนนัดกินข้าวกันหลังจากนั้นสองสามวันให้หลัง เราตั้งหน้าตั้งตารอที่จะได้เจอกับเพื่อน คิดถึงเรื่องเก่าๆมากมาย ตระเตรียมเรื่องคุยไว้ต่างๆนาๆ พอวันนัดหมายมาถึง ยังไม่ทันได้เริ่มคุยเรื่องแรกที่เตรียมไว้ <ทั้งที่เตรียมมาเป็นสิบ> เพื่อนก็เริ่มคุยถึงธุรกิจตัวหนึ่งที่ได้ไปเจอมา เป็นอะไรที่วิเศษมากมาย ทำเงินได้หลายแสนในไม่กี่เดือน (ทั้งที่มันก้อยังแต่งตัวโทรมๆเหมือนเดิม เงินที่ยืมไปก้อยังไม่คืน)
ผลิตภัณท์ก็แสนอลังการ บ้างมะเร็งก้อหาย บ้างขาวขึ้นอย่างประหลาดตา บ้างก็กินล้างสารพิษที่กินมาทั้งปีทั้งชาติหายหมดในสองวัน มันพูดจนเราเชื่อว่าอาจมีผลิตภัณท์บางตัวกินแล้วก็บินได้อยู่บ้าง ด้วยความเกรงใจก้อฟังไปเรื่อยๆ ไม่อยากกวนมัน พอมันคุยจบก็ปล่อยให้เราพูดบ้าง เราก็คิดว่าได้โอกาสพูดเรื่องที่เตรียมมาซะที (จริงๆลืมไปแล้ว) มันก็พูดขึ้นมาอีกว่า "ฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง???" เราก็นึกในใจ "แล้วจะให้เป็นไงวะ???" บทสนทนาบลงที่มันจะให้เราจ่ายเงินสมัครโอกาสทางธุรกิจอันยิ่งใหญ่ของมัน สองสามหมื่นบาท!!!
แน่นอนอยู่แล้ว... ผมไม่สมัคร จบลงที่เพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมานานมองหน้ากันไม่ติด และไม่ได้คุยกันอีกนานหลังจากนั้น
หลังจากนั้นตามมาด้วยโทรศัพท์ลักษณะเดียวกันอีกประมาณ 3-4 ครั้ง จากเพื่อนคนอื่นๆ
สิ่งที่ผมติดใจ จากบทสนทนาในครั้งนั้น คือคำพูดที่เพื่อนผมพูดว่า "เนี่ยนายทำไปสักพักนะ สามปี ห้าปี แล้วนายก็หยุดทำได้ ไปเที่ยวไหนก็ได้ เงินก็ยังคงวิ่งเข้าบัญชีเหมือนเดิม หนำซำ้ยังมากขึ้นเรื่อยๆในทุกๆวัน" ผมกลับมามองถึงตัวผมเอง ตอนนั้นผมทำงานประจำมา 5 ปี หกวันต่ออาทิตย์ วันละสิบชั่วโมงเป็นอย่างน้อย เงินที่ได้รับต่อเดือนคือ จำนวนเงินประมาณหกหลัก นิ่งๆในทุกๆเดือน
แต่นั้นคือผลของการทำงานอย่างหนัก ผมคิดว่ามันคือสิ่งที่ผมสมควรจะได้รับ!! แล้วถ้าจะมีงานสักอย่างที่ทำง่ายๆ ไม่กี่เดือนก็สามารถรับรายได้เท่าๆกับที่ผมรับอยู่ แถมมีเวลามากกว่าผม แล้วมันจะเป็นไปได้อย่งไร??? การทำงานอย่างหนักของผม ต้องบอกว่าหนักจริง หนักจนไม่มีเวลาดูแลตัวเอง จากนักกีฬากลายเป็นคนสุขภาพไม่ค่อยดี ไม่มีเวลาอยู่กลับครอบครัว งานเอาเวลา และสุนทรียภาพต่างๆไปจากชีวิตผม
ผมทำงานขึ้นมาถึงจุดทีสามารถรับรู้ได้ว่า ไม่ว่าคุณจะทำงานดีแค่ไหน คุณจะเก่งอย่างไร คุณก็ไม่สามารถเก่งข้ามขีดจำกัดนี้ไปได้ ขีดจำกัดที่ว่า
"ลูกจ้าง ก็คือลูกจ้าง และคุณไม่มีทางเป็นเจ้าของไปได้"
หลักจากที่ผมเริ่มตระหนักถึงความจริงข้อนี้มากขึ้นเรื่อยๆๆในแต่ละวัน มันทำให้ผมย้อนไปนึกถึงคำพูดของเพื่อนผมในครั้งนั้น "เนี่ยนายทำไปสักพักนะ สามปี ห้าปี แล้วนายก็หยุดทำได้ ไปเที่ยวไหนก็ได้ เงินก็ยังคงวิ่งเข้าบัญชีเหมือนเดิม หนำซำ้ยังมากขึ้นเรื่อยๆในทุกๆวัน" มันเป็นคำพูดง่ายๆ แต่ก็แปลกที่ทำไมยังคงจำได้ถึงตอนนี้ ที่สำคัญ มันช่างสวยงาม
หลังจากศึกษาอยู่สักพักใหญ่ ผมค้นพบว่า สิ่งที่เพื่อนผมคนพลาดอย่างมหันต์ คือคำพูดที่สือความหมายในแนวที่ว่า ความสำเร็จได้มาอย่างง่ายดาย
"ไม่มีอะไรง่ายดาย!!!! ทุกอย่างล้วนมีผลจากการกระทำ!!" ซึงตัวผมเองก็ลืมไปว่า ต่อให้ขยันเท่าไหร่ "จุดที่ยืนก็ยังคงสำคัญ"
ขยันผิดที่ 10 ชาติก็ไม่รวย
กรพล
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น